สำเร็จเป็นแห่งแรกในเอเชีย ศิริราชผ่าตัดส่องกล้องทารกในครรภ์ รักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะอุดกั้น



 

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลประสบความสำเร็จ การผ่าตัดส่องกล้องทารกในครรภ์ เพื่อรักษาภาวะกระเพาะปัสสวะอุดกั้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในเอเชีย เป็นความสำเร็จของการบูรณาการระหว่างสหสาขาวิชาในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ที่ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ร่วมกับ ภาควิชาศัลยศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ในการช่วยทารกน้อยให้ลืมตาดูโลกได้สำเร็จ

รศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา แพทย์ผู้ทำการรักษาประจำหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กล่าวว่า ทีมแพทย์ได้ให้คำปรึกษาคุณแม่หลังจากตรวจอัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ ๔ เดือน พบว่า ทารกมีกระเพาะปัสสาวะตึงขยายผิดปกติ และน้ำคร่ำแห้ง และตรวจเพิ่มด้วยคลื่นสะท้อนพลังแม่เหล็ก ที่เรียกว่า MRI พบว่าทารกมีภาวะกระเพาะปัสสาวะอุดกั้น ทีมแพทย์จึงได้ให้คำปรึกษาแนะนำแก่คุณแม่และครอบครัวถึงความรุนแรงของภาวะกระเพาะปัสสาวะอุดกั้น และทางเลือกต่าง ๆ ในการดูแลต่อไป ซึ่งรวมถึงการส่องกล้องผ่าตัดรักษาทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และด้วยความร่วมมือของ อ.นพ.บรรณสิทธิ์ ไชยประสิทธิ์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ การผ่าตัดครั้งนี้ ทีมแพทย์ใช้วิธีบล็อกหลังแทนการดมยาสลบ เพื่อสามารถสื่อสารกับคุณแม่ได้ตลอดเวลา จากนั้นสอดกล้องขนาดเล็กเพียง ๑.๓ มิลลิเมตร ผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ ต่อไปยังกระเพาะปัสสาวะของทารกในครรภ์ แล้วสำรวจโครงสร้างภายในกระเพาะปัสสาวะของทารกโดยละเอียด ซึ่งในช่วงนี้ทารกมีความยาวลำตัวเพียง ๑๕ ซม. โดยที่โครงสร้างทุกอย่างมีขนาดเล็กมาก จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการผ่าตัด เมื่อพบตำแหน่งอุดกั้นในท่อปัสสาวะ ทีมแพทย์ได้ใช้เลเซอร์กำลังต่ำเจาะเปิดตำแหน่งที่อุดกั้น เพื่อให้น้ำปัสสาวะสามารถผ่านท่อปัสสาวะออกมาได้ หลังการผ่าตัดพบว่า ทารกมีหัวใจเต้นดี กระเพาะปัสสาวะยุบตัวลงและน้ำคร่ำมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยที่การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง

ในเวลาต่อมา ทีมแพทย์ได้ติดตามอาการของทารก ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง พบว่าทารกสามารถปัสสาวะได้ กระเพาะปัสสาวะยุบลง และน้ำคร่ำเพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็นลำดับ ถือว่ามีการตอบสนองต่อการผ่าตัดรักษาเป็นอย่างดี โดยที่ทีมแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และกุมารแพทย์ยังคงติดตามและประสานงานความคืบหน้าของอาการทารกเป็นระยะๆ เมื่ออายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด พบว่าคุณแม่มีอาการเจ็บท้องก่อน จึงตกลงทำการผ่าตัดคลอด เมื่อแรกทารกมีน้ำหนักตัว ๑,๘๐๐ กรัม

ด้าน รศ.พญ.พิมล วงศ์ศิริเดช หัวหน้าสาขาวิชาทารกแรกเกิด กล่าวว่า ทางทีมกุมารแพทย์ได้รับการประสานงานจากทีมแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ว่า ทารกรายนี้คลอดก่อนกำหนด แม้น้ำหนักตัวน้อย แต่ดูแข็งแรงสมวัย มีการใช้เครื่องช่วยหายใจเพียงช่วงสั้น ๆ ก็หายใจเองได้ดี ปัสสาวะออกดี ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานประสานกันระหว่างทีมแพทย์ผู้มีความชำนาญแต่ละสาขา ซึ่งขณะนี้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๓๙๐ กรัม

ในการนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิด “กองทุนการรักษาทารกในครรภ์”ขึ้น เพื่อช่วยเหลือมารดากลุ่มนี้ ผู้สนใจสามารถบริจาคได้ทุกวันที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น ๑ รพ.ศิริราช โทร. ๐-๒๔๑๙-๗๖๕๘-๖๐

 

 

 

---------------------------------------------------------------