โครงการห้องสมุดสื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการ
พัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล


     ศ. ดร. นทีทิพย์ กฤษณามระ หัวหน้าทีมวิจัยเครือข่ายวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก อาจารย์ประจำภาควิชา สรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิทยาศาสตร์สตรีคนแรก ที่ได้รับรางวัล “นักวิทยาศาสตร์สตรีดีเด่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในโครงการเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์สตรีไทยอาวุโส ที่ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทยจัดขึ้นเป็นพิเศษในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ลอรีอัล และได้เข้ารับรางวัลจาก คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี ที่ผ่านมา ศ. ดร. นทีทิพย์ กฤษณามระ ทุ่มเท และผลักดันให้เกิดเครือข่ายวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก (COCAB) เพื่อศึกษากระบวนการดูดซึมแคลเซียมและการควบคุมสมดุลแคลเซียมอย่างครบวงจร ซึ่งผลงานที่ถือว่ามีความสำคัญทางสรีรวิทยาคือการพบว่าแคลเซียมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ดูดซึมผ่านช่องระหว่างเซลล์ซึ่งควบคุมโดยโปรตีนคลอดินส์และได้พบว่าการดูดซึมแคลเซียมผ่านเซลล์บุผนังลำไส้นั้นใช้โปรตีนขนส่งแคลเซียมชนิด วี๑.๓ อีกผลงานสำคัญคือการค้นพบบทบาทของฮอร์โมนโพรแลคตินในฐานะฮอร์โมนควมคุมสมดุลแคลเซียมในร่างกายของแม่ โดยมีผลเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและกระตุ้นการสลายกระดูกซึ่งปล่อยแคลเซียมสู่เลือดเพื่อนำไปใช้ในการผลิตน้ำนมสำหรับทารก และทดแทนแคลเซียมที่สูญเสียจากกระดูกของแม่

ในฐานะที่ทำการวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก อาจารย์ฝากข้อคิดไว้ว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ได้รับแคลเซียมจากอาหารน้อย และยังขาดวิตามินดีซึ่งสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมและกระดูก ดังนั้นอาจารย์จึงแนะนำว่า “ต้องรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม และพักผ่อนให้เพียงพอ ควรให้ร่างกายได้รับแสงแดดสัก ๑๐-๒๐ นาทีทุกวัน เด็กและหนุ่มสาว ควรเล่นกีฬา ส่วนผู้สูงอายุควรใช้วิธีเดินเร็ว ๓๐ นาที ประมาณ ๓-๕ ครั้ง ต่อสัปดาห์ และยกน้ำหนักเบาๆเพื่อรักษาให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง” สำหรับผู้ที่จะก้าวเข้าสู่อาชีพนักวิจัย อาจารย์แนะว่า “การทำงานวิจัยนั้นต้องทุ่มเท ต้องรักที่จะทำ รักที่จะอ่านโดยต้องอ่านให้มาก ให้ครอบคลุม ควรเป็นคนช่างสงสัย อยากรู้ อยากถาม และอยากได้คำตอบ เพราะงานวิจัยเป็นการทำงานที่ไม่สิ้นสุด เหมือนเราเป็นนักสืบ ต้องค้นหาความจริง คอยเก็บหลักฐาน แล้วนำมาประติดประต่อให้ได้ภาพใหญ่ ซึ่งเป็นการทำงานที่สนุกและตื่นเต้น ถึงแม้จะเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ ที่ยังไม่รู้อะไรก็ไม่ต้องกลัว การมีครูที่ดีสำคัญมาก เพราะจะช่วยทำให้เราคิดเป็นทำเป็น และที่สำคัญอีกอย่างคือ ควรทำงานเป็นทีม ไม่ควรทำคนเดียว ต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันตลอด เพราะวิทยาศาสตร์ เป็นอะไรที่ไม่หยุดนิ่งต้องก้าวให้ทันโลก” สุดท้าย ศ. ดร. นทีทิพย์ กฤษณามระ ได้กล่าวถึงอาชีพอาจารย์นักวิจัย ว่า “เป็นอาชีพที่อิสระในเรื่องความคิดทางวิชาการ ท้าทาย ตื่นเต้น ทำให้พบสิ่งใหม่ๆ เวลาเราเข้าใจวิทยาศาสตร์ เราสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น ในเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น วิทยาศาสตร์ทำให้เราสามารถมองลึกเข้าไปในธรรมชาติรอบๆตัวเรา โลกจะมีสีสัน แต่สิ่งที่ยากสำหรับอาชีพนี้ก็คือ การบริหารเวลา นับเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉะนั้นเราต้องบริหารเวลาให้เป็น และมีวินัยกับตนเอง”
    

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------