มหิดลกาญจน์ จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง “พิบัติภัยแผ่นดินไหว ความเสี่ยงของจังหวัดกาญจนบุรี” ให้กับประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี


 

มื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์ ประจำ ธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ให้ความรู้เรื่อง“พิบัติภัยแผ่นดินไหว ความเสี่ยงของจังหวัดกาญจนบุรี” โดยมี นายกาศพล แก้วประพาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธาน เปิดการอบรมครั้งนี้ โดยหน่วยบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้จัด โครงการอบรมธรณีศาสตร์เบื้องต้นและธรณีพิบัติภัยแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ในหัวข้อ “พิบัติภัยแผ่นดินไหว ความเสี่ยงของจังหวัดกาญจนบุรี” จัดขึ้น ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ในการจัดอบรมดังกล่ว อาจารย์ดร.ยุทธนา พันธุกมลศิลป์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขต มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับมอบหมาย จาก ผศ.กำลัง ชุมพลบัญชร รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในการกล่าวต้อนรับและการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการนี้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ที่พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี จะได้รับทราบ ข้อมูลด้านภัยพิบัติ แผ่นดินไหว ตามกระแสข่าวด้านภัยพิบัติแผ่นดินไหว ในจังหวัดเชียงราย และทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และใกล้ตัว ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ รวมทั้งด้านชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี โดย ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล หัวหน้าสาขาธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี วิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์ ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้ มีตัวแทนจากส่วนราชการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ และสื่อมวลชน ในจังหวัดกาญจนบุรี สนใจเข้าร่วมรับการฟังเป็นจำนวนมาก โดย ดร.ปริญญา พุทธาภิบาลได้ กล่าวถึงความเสี่ยงของจังหวัดกาญจนบุรี ว่า 1.รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวระดับปานกลาง 2.สำหรับประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคกลาง มีความเสี่ยงต่อพิบัติภัยแผ่นดินไหวน้อยลงเป็นลำดับ ในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ข้อน่าห่วงใยคือ ชั้นดินอ่อนหนาที่เรียกว่าชั้นดินกรุงเทพซึ่งเกิดจากสะสมตะกอนดินเลนบริเวณชายฝั่งทะเลในช่วงประมาณ ๖๐๐๐ ถึง ประมาณ ๑๐๐๐ ปีที่แล้ว ซึ่งชายฝั่งทะเลโบราณนี้ทอดยาวถึงปทุมธานี อยุธยา และดอนตูม บางเลน จังหวัดนครปฐมในด้านตะวันตก รวมถึงชั้นตะกอนน้ำพาที่ปิดทับ อาจขยายคลื่นพื้นผิวที่เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงจากระยะไกลได้มากถึง 3 เท่าตัว เมื่อข้อมูลปรากฏเช่นนี้ อาจชี้ถึงแนวโน้มที่ว่ารอยเลื่อนมีพลังที่จะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯและปริมณฑลมากกว่า น่าจะเป็นรอยเลื่อนแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ที่พาดมาจากภาคใต้ เช่น รอยเลื่อนระนอง และรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย 3. สิ่งสำคัญที่สุด ที่ต้องการให้ประชาชน เตรียมพร้อมและป้องกัน คือที่สิ่งปลูกสร้างหลายประเภท ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯว่าด้วยการก่อสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหว เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น หมายเหตุ : กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทาน คงทนของอาคารและพื้นดินที่รับรองอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับให้การก่อสร้างอาคาร บางประเภทที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือน จากแผ่นดินไหวได้