ข้าวตังอบพองด้วยไมโครเวฟ และผงซอสราดข้าวตัง และเม็ดไข่มุกที่ต้มสุกได้ใน 5 นาที


 

ปัจจุบันการพัฒนาผลิตภัณฑ์มีความสำคัญในการเพิ่มคุณภาพของสินค้าเพื่อผู้บริโภค ทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดจากคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีศักยภาพและประโยชน์สูงสุด ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่มีคุณภาพ กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมมือกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำโครงการกิจกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป (Value Added) ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป (National Agro-Processing Industry Alliance: NAPIA) ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยการนำผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่เป็นอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จากกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย รูปแบบ รสชาติ พร้อมทั้งบรรจุภัณฑ์สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จนสามารถจัดทำเป็นสินค้าใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและมีความแตกต่างจากสินค้าอื่นๆในตลาดที่เหมาะสมกับผู้บริโภคทั้งใน และต่างประเทศ

ดร. ชลัท ศานติวรางคณา พร้อมทีมวิจัย จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ เกิดจากการรวมกันของแม่บ้านในหมู่บ้านศาลาดิน โดยมีการผลิตข้าวตังจำหน่าย ซึ่งถือเป็นสินค้า OTOP มีชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดนครปฐม ผลิตภัณฑ์ข้าวตังนั้น โดยปกติจะผ่านกระบวนการทอด ซึ่งน้ำมันมีผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดกลิ่นหืนได้ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ยังไม่สามารถป้องกันอากาศได้มากพอ เมื่อผลิตและบรรจุเสร็จจึงมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 2 เดือน กลุ่มแม่บ้านต้องการยืดอายุการเก็บเพื่อให้สามารถขยายตลาดไปจำหน่ายในต่างจังหวัดมากขึ้น ดังนั้นทางสถาบันโภชนาการจึงเข้ามาให้คำปรึกษาในการพัฒนากระบวนการผลิตหรือบรรจุภัณฑ์ของข้าวตังเพื่อช่วยลดการเกิดกลิ่นหืน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสราดข้าวตังที่มีอายุการเก็บรักษานานขึ้น

นอกจากนี้ยังมี เม็ดไข่มุกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ต้องใช้ เวลาในการต้มเม็ดไข่มุกให้สุกนานมาก ดร. ชลัท ศานติวรางคณา และทีมวิจัย ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เดิมคือ เม็ดชาไข่มุก ผลิตภัณฑ์เม็ดไข่มุกนั้น วิธีการทำให้สุกก่อนรับประทานคือ การต้มในน้ำเดือด นาน 30 นาที และหากสามารถลดเวลาการเตรียมได้ จะทำให้ผู้บริโภคสะดวกในการรับประทานมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สุกได้เร็วขึ้น ในเบื้องต้นผู้ประกอบการได้ทดลองปรับสัดส่วนของน้ำในผลิตภัณฑ์แต่มีผลทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่คงรูป จึงไม่สามารถบรรจุเพื่อจำหน่ายได้ จึงต้องการแก้ปัญหาคือ พัฒนา เม็ดไข่มุกที่ต้มสุกได้ใน 5 นาที โดยที่ยังสามารถขึ้นรูปและบรรจุเม็ดไข่มุกได้เหมือนสูตรเม็ดไข่มุกปกติ