วิจัยกระบวนการเรียนรู้เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ : กรณีศึกษาโรงเรียนและศูนย์การเรียนที่รับเด็กต่างด้าวเข้าศึกษา จ.สมุทรสาคร


 

“ปัญหาการค้ามนุษย์” ถือเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นได้ทั้งในต่างประเทศ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับปัญหา ดังกล่าวและถือว่ามีผลกระทบต่อความมั่งคงของประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อแรงงานต่างด้าวและลูกของแรงงานต่างด้าวที่ติดตามพ่อแม่มาหรือเกิดในเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องการเข้าเรียนในประเทศไทย เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด ซึ่งจากรายงานสถิติการค้าแรงงานเด็กต่างด้าวโดยมิชอบด้วยกฎหมายในจังหวัดสมุทรสาคร แสดงให้เห็นว่า เด็กต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาครยังคงเป็นปัญหาของผู้ค้ามนุษย์ (แหล่งข้อมูล: Suksiri, Uthai. (2007). Human Trafficking Cycle and Patterns in Thailand. World Vision Foundation of Thailand.)

 จึงนับว่าเป็นงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจและศึกษา เพราะผลที่ได้จากการวิจัยนี้อาจจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลในการออกแบบนโยบายให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ในหลักสูตรสำหรับเด็กต่างด้าว และอาจจะพิจารณาให้สอนเด็กๆ ทุกคนในโรงเรียนของประเทศไทย ซึ่งเท่ากับเป็นการลดจำนวนความเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างด้าว

ดังนั้น อ.ดร. นภารัตน์ กรรณรัตนสูตร จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ทำการศึกษาวิจัย เรื่องการวิจัยกระบวนการเรียนรู้เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์: กรณีศึกษาโรงเรียนและศูนย์การเรียนที่รับเด็กต่างด้าวเข้าศึกษา ในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อมุ่งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กนักเรียนต่างด้าว เพื่อลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กนักเรียนต่างด้าว และรวบรวมสื่อการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ นำมาออกแบบสื่อและกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยผู้วิจัยเลือกสถานศึกษา 2 กลุ่ม ในจังหวัดสมุทรสาคร คือ โรงเรียนของรัฐ ได้แก่ ร.ร.วัดศรีสุทธาราม ร.ร.หลวงแพทย์ ร.ร. ศิริมงคล และศูนย์การเรียนรู้ในจังหวัดสมุทรสาคร (ศูนย์ให้ความรู้ที่ไม่ได้การสนับสนุนจากรัฐบาล แต่จัดการเรียนการสอนเด็กต่างด้าวเพื่อปกป้องพวกเขาจากการค้ามนุษย์) จำนวน 3 แห่ง คือ วัดเทพนรรัตน์ วัดโคก (มอญ) และวัดศรีเมือง โดยเลือกกลุ่มนักเรียนซึ่งอายุระหว่าง 7-14 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 สาเหตุที่เลือกทั้ง 2 กลุ่มเพราะสถานศึกษาดังกล่าวมีนโยบายในการสนับสนุนการอบรมบุคลากรครู และนักเรียนต่างด้าว ดังนั้นเพื่อให้การวิจัยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่เหมาะสมให้แก่คุณครูและนักเรียนต่างด้าวมีด้วยกัน 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และพม่า โดยนำเสนอภาพเพื่อให้เด็กๆ อธิบายว่าพวกเขาเข้าใจภาพอย่างไร.. เพื่อใช้ในการพิจารณาถึงความสำเร็จของกระบวนการเรียนรู้ว่ากระบวนการเรียนการสอนของคุณครูทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับระบบการปกป้องและคุ้มครองเด็กและเนื้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ได้มากน้อยเท่าใด ดังนั้นการสอนนักเรียนต่างด้าวจึงเป็นการสอนถึงลักษณะการค้ามนุษย์ในเด็กต่างด้าว และวิธีป้องกันตัวเองจากการเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยทีมผู้วิจัยสนับสนุนให้คุณครูสอนอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1-2 ชั่วโมง