นักวิจัย ม.มหิดล พัฒนาสารลดความสามารถในการดื้อยาของเชื้อมาลาเรีย


 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนรรถ ชูขจร หัวหน้าหน่วยจีโนมและเวชศาสตร์วิวัฒนาการ (Genomics and Evolutionary Medicine Unit, GEM) ศูนย์การวิจัยมาลาเรีย คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลได้อธิบายถึงงานวิจัยของทางหน่วย GEM ว่าเป็นการทำงานพื่อแก้ปัญหาเชื้อมาลาเรียดื้อยา ซึ่งมักพบอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยที่เข้าในระบบสาธารณสุขประมาณ 15,000 รายในปีพ.ศ. 2559 งานวิจัยนี้สืบเนื่องมาจากการค้นพบว่าเชื้อมาลาเรียที่เกิดการดื้อยามักจะอ่อนแอลง ทางหน่วยได้ค้นหากลไกระดับโมเลกุลที่ทำให้เชื้อดื้อยาอ่อนแอและพัฒนาสารเคมีต้นแบบเพื่อโจมตีกลไกดังกล่าวและยับยั้งเชื้อมาลาเรียชนิดดื้อยา งานวิจัยชิ้นนี้มีที่มาจากองค์ความรู้ที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 9 ปีโดยเริ่มจากการสังเกตเชื้อ การศึกษากลไกระดับโมเลกุล และสุดท้ายนำไปสู่การพัฒนายา จนในปัจจุบันงานวิจัยนี้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติและมีหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไรมาร่วมให้ทุนเพื่อพัฒนายา สิ่งที่ต้องตระหนักคืองานวิจัยนี้มีรากฐานมาจากองค์ความรู้ที่ศาสตราจารย์ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และศาสตราจารย์ ประพนธ์ วิไลรัตน์ ได้สร้างมาตลอดการทำงานของพวกท่าน ผศ.ดร.ธนรรถกล่าวว่าทางหน่วยไม่ได้ทำงานวิจัยเพียงเพื่อตีพิมพ์ผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ได้ร่วมมือกับบริษัทยาระดับนานาชาติเพื่อพัฒนายาสำหรับต้านเชื้อดื้อยาโดยเฉพาะอีกด้วย เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ค้นพบไปใช้แก้ปัญหาจริงๆได้

ปัจจุบันประเทศไทยมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมภายใต้โครงการประเทศไทย 4.0 การมุ่งเน้นเรื่องนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ควรตระหนักเพิ่มขึ้นคือประเทศไทยยังคงเป็นประเทศยากจน เราต้องไม่ลืมนึกถึงนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส โรคมาลาเรียนั้นเป็นโรคของความยากจน เรามักจะลืมว่ายังมีคนไทยจำนวนมากตามแนวชายแดนที่ติดเชื้อมาลาเรียและยังไม่ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง นวัตกรรมของหน่วยได้พัฒนาขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อมาลาเรียดื้อยาและมุ่งสู่เป้าหมายในการกำจัดโรคมาลาเรียให้หมดไปจากประเทศไทย