“แคลเซียมฟอสเฟต” รักษาฟันผุได้ไม่ต่างจากฟลูออไรด์


 

“โรคฟันผุในเด็ก” ยังคงเป็นปัญหาสำคัญทางทันตกรรมสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งปัจจัยของโรคอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน และเด็กมีโอกาสเป็นโรคฟันผุได้พร้อมๆ กันหลายซี่ ทำให้ต้องถอนฟันออกก่อนระยะเวลาอันควร จากสาเหตุดังกล่าว ฟลูออไรด์จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการป้องกันฟันผุ แต่จากผลสํารวจพบว่า เด็กไทยแนวโน้มฟันตกกระมีมากขึ้น ซึ่งสาเหตุมาจากการได้รับสารฟลูออไรด์มากเกินไปในช่วงที่มีการสร้างตัวฟัน ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงควรให้ความสำคัญแก่บุตร หลาน ในการดูแลรักษาฟันเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิงประภาศรี ริรัตนพงษ์ สังกัด ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล “อาจารย์ตัวอย่างของสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2559” ซึ่งอาจารย์มีความรู้ความเชียวชาญด้านทันตกรรมเด็ก มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติเป็นจำนวนมาก โดยอาจารย์เน้นการพัฒนางานวิจัยให้มีประโยชน์สามารถพัฒนาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทันตกรรมที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ เพื่อให้เด็กไทยได้รับโอกาสการป้องกันฟันผุได้อย่างทั่วถึง โดยอาจารย์เป็นผู้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “ประสิทธิภาพการป้องกันฟันผุของยาสีฟันผสมแคลเซียมฟอสเฟตไม่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบ” เพื่อมุ่งมั่นที่จะหาสารป้องกันฟันผุในเด็กเล็กที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

รศ.ทพญ.ประภาศรี เปิดเผยว่า “จากผลการสํารวจสภาวะทันตกรรมสุขภาพแห่งชาติครั้งล่าสุดพบว่า การเกิดโรคฟันผุในเด็กลดลงจากเดิมเพียงเล็กน้อย จึงนับว่าปัญหาดังกล่าวยังคงต้องป้องกันและแก้ไขกันต่อไป ซึ่งการใช้ฟลูออไรด์นั้น ถือเป็นวิธีที่ยอมรับกันทั่วไปว่าสามารถป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ฟลูออไรด์เสริมในรูปแบบต่างๆ เช่น ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ จะให้ผลในการป้องกันฟันผุของฟลูออไรด์เป็นผลเฉพาะที่บนผิวฟันเท่านั้น จึงแต่พบว่าในเด็กไทยเล็กมีแนวโน้มฟันตกกระมีมากขึ้น เนื่องจากการได้รับสารฟลูออไรด์มากเกินไปในช่วงที่มีการสร้างตัวฟัน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดการสะสมจากการกลืนยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยงานวิจัยพบว่า ผู้ปกครองในประเทศไทยมากกว่าร้อยละ 50 ไม่ได้ดูแลการแปรงฟันรวมถึงการใช้ปริมาณยาสีฟันในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ทำให้เด็กมีโอกาสได้รับสารฟลูออไรด์มากเกินไป”

รศ.ทพญ.ประภาศรี กล่าวต่อว่า “งานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นำ “แคลเซียมฟอสเฟต” ในรูปแบบไตรแคลเซียมฟอสเฟตมาใช้ทดแทนฟลูออไรด์ โดยทำการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ทำการวิจัยในฟันน้ำนมมนุษย์ในห้องปฏิบัติการ ทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพการป้องกันฟันผุของยาสีฟันผสมฟลูออไรด์กับยาสีฟันผสมไตรแคลเซียมฟอสเฟต ด้วยการทำให้เกิดรอยผุเทียมที่บริเวณผิวเคลือบฟันน้ำนม วัดความลึกรอยผุเริ่มต้น จากนั้นนำมาทาด้วยสารที่ต้องการทดสอบและนำฟันทั้งหมดเข้าสู่ขบวนการสภาวะจำลองในช่องปากเป็นเวลา 7 วัน แล้วนำมาวัดความลึกของรอยผุอีกครั้ง พบว่ายาสีฟันผสมไตรแคลเซียมฟอสเฟตให้ผลป้องกันฟันผุไม่แตกต่างกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เลย”

ซึ่งผลงานวิจัยในครั้งนี้ ถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่สามารถป้องกันฟันผุ เพื่อผลิตเป็น “ยาสีฟันผสมแคลเซียมฟอสเฟต” ที่มีคุณภาพป้องกันฟันผุ มีความปลอดภัย ราคาไม่แพง และสามารถผลิตใช้เองในประเทศ เพราะปัจจุบันยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้กับเด็กไทยในการป้องกันรักษาโรคฟันผุ ลดการสูญเสีฟันไปก่อนเวลา และสามารถลดสภาวะฟันตกกระได้